URL E-Commerce

posted on 10 Feb 2011 16:38 by pankiiii
>>>> .........            http://pankphone.brinkster.net/

งานครั้งที่ 4

posted on 10 Feb 2011 16:27 by pankiiii
1.  ระบบตระกร้าสินค้าบน e-commerce
 ระบบตระกร้าสินค้า จะทำงานเสมือนตระกร้าสินค้าในร้านค้าจริงๆ คือ สามารถเลือกหยิบสินค้าที่ต้องการซื้อ โดยกดปุ่ม Add to cart ที่หน้าของสินค้านั้น รายการสินค้าที่คุณได้เลือกไว้ ก็จะไปปรากฎอยู่ในระบบตะกร้าสินค้าออนไลน์ของร้านค้านั้นและหลังจากที่ได้เลือกสินค้าภายในร้านค้า จนพอใจแล้ว ก็สามารถกดปุ่ม ชำระเงิน ในหน้าของระบบตะกร้าสินค้าออนไลน์  ระบบก็จะแสดงข้อมูลรายการสินค้าที่คุณเลือกไว้ทั้งหมด และแสดงข้อมูลการจัดส่งสินค้า และรายละเอียดการชำระเงินค่าสินค้าต่อไป
 
Hosting คือ
พื้นที่ส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ซึ่งผู้ให้บริการโฮสติ้ง (Hosting Service Provider) ได้ทำการจัดสรรมาให้เช่าบริการ โดยส่วนใหญ่จะให้บริการเป็น รายเดือน หรือ รายปี ซึ่ง Hosting เหล่านี้เป็นลักษณะของการใช้พื้นที่บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ร่วมกัน
การเลือก Hosting ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของคุณ เช่น
1. ปริมาณพื้นที่ ๆ ต้องการใช้ เช่น 10,000MB, 20,000MB, 40,000MB หรือ 60,000MB ซึ่งพื้นที่จะถูกแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ อีกเช่น Web Space, Mail Space และ DataBase Space
2. ปริมาณ Data Transfer เช่น 50GBต่อเดือน 100GBต่อเดือน
3. การใช้งาน E-mail จำนวนการสร้าง E-mail Account ระบบ Webmail ที่ใช้ ของทาง Naxza Hosting ใช้เป็น uebimiau , squirrel และ roundcube ซึ่งมีให้เลือก 3 ระบบครับ
4. ภาษาที่ใช้พัฒนา เช่น php asp หรือ asp.net ของทาง Naxza มีให้เลือกทั้ง Hosting ระบบ Unix และ Window Hosting ครับ
5. Control Panel การใช้งาน control panel ความยากง่ายในการใช้งาน ของทาง Hosting Naxza ใช้เป็นระบบ DirectAdmin Control Panel

วิธีการสมัครโฮสติ้งแบบให้บริการฟรี 

ขั้นตอนแรกให้เข้าไปที่หน้าแรกของเว็บ โดยคลิ๊กลิงค์นี้ สมัคร ใช้บริการ แล้วก็จะเจอกับหน้าแรก ของเว็บ


คลิ๊กปุ่ม Sign Up! หรือปุ่ม สมัคร ใช้บริการ สีฟ้า ๆ มุมล่างขวา และก็จะเจอหน้าจอแบบนี้ free ฟรี สมัคร


จะเห็นว่าภายในหน้านี้จะมีให้กรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป

Username : your_user_name //ให้กรอก user name ที่ต้องการเข้าไป
Password: xxxxxx //ให้กรอกพาสเวิร์ดที่ต้องการ
Email Address: yourmail@domain.com //กรอกเมล์ที่ใช้งานอยู่ประจำ
Site Category: เลือกประเภทของเว็บไซต์
[Personal/ส่วนตัว]
[Business/ธุรกิจ]
[Hobby/งานอดิเรก]
[Forum/เว็บบอร์ด]
[Adult/เว็บสำหรับผู้ใหญ่]
[Dating/เว็บสำหรับหาคู่]
[Software/Download/เว็บเกี่ยวกับซอฟต์แวร์และดาวน์โหลด]
Site Language: ภาษาของเว็บไซต์
[English/ภาษาอังกฤษ]
[Non-English/ภาษาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อังกฤษ]
Security Code: ตรงส่วนนี้จะแสดงรหัสป้องกัน spam หรือโปรแกรมสมัครอัตโนมัติ
Enter Security Code: กรอกตัวเลขที่เห็นใน Security Code เข้าไป free ฟรี สมัคร

กดปุ่มลงทะเบียนได้เลย หากกรอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว เว็บจะกระโดดไปหน้าถัดไปบอกว่าให้กลับไปดูที่ email เพื่อยืนยัน email ว่ามี email อยู่จริง



เมื่อกดลิงค์ที่ใช้สำหรับ confirm แล้ว ก็จะพบกับหน้าดังต่อไปนี้ โดยหน้านี้จะบอกรายละเอียดของ Host ที่เราสามารถใช้งานได้ทั้งหมด เนื้อที่เค้าให้ 350MB นะครับ ไม่ใช่ 250 MB อย่างที่โฆษณาไว้ ให้เซฟหน้านี้เก็บไว้ดูในภายหลังนะครับ ดูง่ายดี free ฟรี สมัคร

เมื่อดูจนพอใจแล้ว ก็คลิ๊กที่ปุ่ม Enter Control Panel เพื่อเข้าสู่แผงควบคุมหรือ Panel เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการสมัครแล้ว ง่ายนิดเดียวเองใช่มั้ยครับ

ลองย้อนกลับไปดูที่ email อีกครั้ง จะพบกับ email บอกรายละเอียดครั้งสุดท้าย จาก 000webhost จะมีรายละเอียด เหมือนกันกับหลังจาก ที่เรากด confirm email ครับ จัดเก็บ email นี้ไว้ใน folder ที่สำัคัญอีกก็ได้ครับ Back Up ไว้ เผื่อลืม free ฟรี สมัคร

 

3. เทคนิคการโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอันดับ Search Engine
 การทำ Search Engine ให้ติดอันดับ Search Engine มีดังนี้
         - ใส่ Keyword ใน Title ของหน้าเว็บ การใส่ keywords ใน title นี้จะช่วยทำให้ Search Engine ต่างๆ รู้ว่า เว็บเราทำเรื่องเกี่ยวกับอะไร มีผลกับการทำ adsense ด้วยนะ เพราะโฆษณาที่ปรากฏนี้จะอ่านจาก title นี้เป็นสำคัญทีเดียวตัวอย่างการใช้งาน :[title] keyword หลัก , keyword รอง , keyword อื่นๆ [/title] เป็นต้น
        - การใส่ Key Word ที่ต้องการในส่วนด้านบนของเว็บไซต์และการเน้นด้วยตัวหนาใส่ keywords ที่เราต้องการให้ระบบของ google จับไปว่า เว็บไซต์ของเราทำเรื่องเกี่ยวกับอะไรนั้น ก็ควรใส่ keywords นั้นๆ เป็นตัวหนา เป็น head1 head2 ยิ่งดีนะ เพราะ พวก search Engine ที่เข้ามาเก็บข้อมูลนั้นจะได้เข้ามาได้ง่ายๆ และรู้ว่า ทั้งเว็บนี้คือเรื่องอะไรตัวอย่างการใช้งาน : [H1] Keyword [/h1] หรือ [H2] Keyword [/H2]
ตัวอย่างการใช้งาน : [BODY][B] Keyword [/B][/BODY]
 - หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Flash หรือรูปภาพเยอะไม่มีตัวหนังสือการทำเว็บไซต์ด้วยการมี flash หรือรูปภาพล้วนๆ นั้น Search Engine ต่างๆ เมื่อเข้ามาถึงเว็บไซต์เราแล้ว จะอ่านไม่ออกนะ ดังนั้น หลีกเลี่ยงการใช้ flash หรือรูปภาพ มีได้บ้างเล็กน้อย แต่อย่าทำทั้งเว็บ เพราะ Search engine มันอ่านได้แต่ตัวอักษรหรือ html ปกติเท่านั้น
         - หลีกเลี่ยงใช้ออกแบบเว็บไซต์ด้วยเฟรมการใช้เฟรม ก็เป็นการออกแบบเว็บไซต์อีกแบบที่ Search Engine อ่านข้อมูลในเว็บไซต์เรา แล้วไม่เจอ ดังนั้น หลีกเลี่ยงการใช้นะ
          ใช้ keyword ที่บริเวณ ลิงค์เชื่อมโยงมาตรฐาน (Standard Text Link)คือการเชื่อมโยงในลักษณะ การใช้ Text link เป็นตัวเชื่อมโยง แล้วแทรก Keyword ผสมเข้าไปด้วยตัวอย่างการใช้งาน : [ahref=http://www.basicstep.blogspot.com/] Keyword [/a]
         -  ควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ และใส่คำอธิบายให้กับภาพการตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ และการใส่คำอธิบายให้กับภาพนั้น มีผลมากๆ กับการทำ AdSense เพราะระบบของ google จะวิ่งมาจับแม้กระทั่งชื่อรูปภาพที่เราใส่ลงไปด้วยนะ ว่าในเว็บเราเป็นเกี่ยวกับเรื่องอะไร เช่น เปิ้ลทำเรื่องดูดวง รูปภาพก็ควรเป็น horoscope-1.jpg เป็นต้น ไม่ใช่ ใช้ image1.jpg ค่ะ และเน้นย้ำรูปภาพด้วย keywords ซ้ำ ด้วย Alt ตัวอย่างการใช้งาน : [img src="images address" alt="Keyword"]
         - จด Domain name ด้วย Keyword(Domain name register)การใช้ Keyword หลักของเว็บในการจด Domain name นั้นหากทำได้ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะระบบ AdSense จะมองที่ domain เป็นสำคัญตัวอย่างการใช้งาน : http://www.basicstep.blogspot.com/
          - เรียก Robot เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราสามารถเรียก robot ของ google ให้เข้ามาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์เราได้โดย เข้าไปที่ http://www.google.com/addurl/ เพื่อ add ชื่อเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ google เข้าไปเก็บข้อมูลและเนื้อหาของเราและใส่ เว็บไซต์ของเราลงไปในฐานข้อมูลของ google
         -  แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆอันนี้คงแทบไม่ต้องบอกกันเลยมั๊งค่ะ ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง?? เพราะเป็นวิธีที่นิยมกันมามากแล้ว คือ ไปติดต่อกับเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อขอแลกลิงค์กับเว็บไซต์นั้นๆ เมื่อมีผู้เข้าชมที่เราแลกลิงค์ด้วย เขาก็อาจจะแวะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเช่นกัน ข้อควรระวัง : ควรแลกลิงค์กับเว็บไซต์ที่ถูกกฎหมายและศีลธรรมนะคะ คือไม่ควรแลกลิงค์กับเว็บไซต์ ลามก, อบายมุขทั้งหลาย เพราะเราอาจจะติดร่างแห เข้าร่วมวงดนตรี “google ban” ได้ง่ายๆ
          ทำ Site Map ให้กับเว็บไซต์ของคุณการทำ Site Map นี้ จะช่วยให้ เมื่อระบบของ google วิ่งมาในเว็บไซต์เราแล้ว รู้ว่า ควรจะไปทางไหน เหมือนกับเป็นแผนที่นำทาง พา google ไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เราให้ครบทุกจุด

         - การเพิ่ม link  การเพิ่ม link เป็นหลักสำคัญมากอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้มีคนรู้จักเว็บไซต์ของเรา โดยที่การเพิ่ม link มีอยู่ 2 แบบ คือ การแลกลิงค์ (Link Exchange) และ การทำ one way link การแลกลิงค์ (Link Exchange) ก็อย่างที่เราทราบๆ กันดีนะว่า ส่งไปขอให้เว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรา ส่ง link มาให้เรา และทางเว็บไซต์ของเราเองก็ส่ง link กลับไปให้ทางเว็บไซต์ของเขาด้วยเช่นกันส่วนการทำ one way link นั้น ถ้าแปลกันตรงๆ ก็คือ ทำ link ทางเดียว ด้วยการที่ ทำอย่างไรก็ได้ ให้เขาส่ง link ให้เรา แต่เราจะไม่ส่ง link กลับไปให้ทางเว็บไซต์นั้นๆ ที่ส่งมาให้ เช่น การที่เว็บของเรามีเนื้อหาที่ดี ก็จะมีบางเว็บไซต์นำ link ของเราไปติดที่เว็บไซต์ของเขา โดยที่เราไม่ต้องร้องขอค่ะ ซึ่ง link ที่ได้มานี้ จะทำให้เว็บเราได้รับคะแนนจาก google ดีขึ้น และช่วยในการทำ SEO เป็นอย่างดีทีเดียว

        - การทำ E-mail Ads  การทำ E-mail Ads นั้น ก็คือ การทำโฆษณาผ่านทาง e-mail นั่นเอง แต่ส่วนใหญ่เมล์ลักษณะนี้ เป็นลักษณะของการทำ spam mail ซะส่วนใหญ่ ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ เท่าที่ควร ถ้าเราไม่ทำการ spam mail แล้วล่ะก็ การทำ e-mail ads นั้น ถือว่า เป็นการโปรโมทเว็บไซต์ของเราที่ได้ผลดีที่สุดเลยทีเดียว ส่วนการทำ E-mail ads นั้น ก็สามารถเริ่มทำได้จากการที่ทำหน้า ให้รับ newsletter ที่หน้าเว็บไซต์ของเราเอง ข้อมูลของสมาชิกที่เข้ารับ newsletter จากเรานั้น ก็จะถูกเก็บเป็นฐานข้อมูล เพื่อใช้ในการโปรโมทเว็บไซต์ของเราในเว็บที่สร้างใหม่ได้เรื่อยๆ

       - การทำ signature  การทำ Signature นั้น เป็นลักษณะของการทำ One way link อีกแบบหนึ่งเช่นกัน เราสามารถทำ signature ได้ง่ายๆ ด้วยการทำ signature ใน e-mail ของเราเอง เพราะเมล์บางฉบับที่เรา fwd ต่อๆ กันไปนั้น อาจจะมีคนสนใจแล้วเขามาที่เว็บไซต์เราก็เป็นได้ หรือ อาจจะทำ signature ตาม web board ต่างๆ ที่มีกันอยู่อย่างมากมาย เมื่อเราโพสบ่อยๆ เข้า link ก็จะสร้างขึ้นมาเรื่อยๆ ถือว่าการทำ signature นี้ เป็นการสร้าง link ให้กับเว็บไซต์ของเราได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ทำให้คนในเว็บบอร์ดนั้นๆ รู้จักและเข้าเว็บไซต์ของเรามากยิ่งขึ้น
         - การใช้สื่อ offline  อย่าลืม… สื่อ offline ทีเดียวนะ เพราะสื่อ offline ให้ผลทาง online ได้ดีทีเดียว โดยสื่อ offline ที่เป็นที่นิยมกันมากคือ การโฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์ แต่สื่อเหล่านี้ ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก ดังนั้น อาจจะทำในสื่อ offline แบบอื่นๆ เช่น ที่คั่นหนังสือ ทำสติกเกอร์ติดรถ หรือ ใส่เสื้อที่มีชื่อเว็บไซต์ของเราเอง เพราะให้หลายๆ คนมองเห็นและคุ้นตากับชื่อเว็บไซต์เราได้มากที่สุด
        - การลงโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ การลงโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ อันได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ ต่างๆ พยายามพูดถึงเว็บไซต์ของเราบ่อยๆ จะทำให้ผู้ฟัง คุ้นหู คุ้นตาได้เป็นอย่างดี
        -  อื่นๆ  การโฆษณาประเภทสุดท้ายนี้ คือ การทำอย่างไรก็ได้ให้คนอื่นรู้จักเว็บไซต์ของเรา ง่ายๆ เลย ก็คือ การบอกเล่า ปากต่อปาก ซึ่งวิธีการนี้ เป็นการโฆษณาเว็บไซต์ของ google ที่มีชื่อเสียงได้อย่างปัจจุบัน อย่าดูถูก… อิทธิพลของการบอกเล่า เชียวนะ…. รับรองว่า ได้ผลแน่ๆ

งานครั้งที่ 3

posted on 02 Dec 2010 16:36 by pankiiii
งานครั้งที่ 3

1.กระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค 

       ในการที่ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าหนึ่งนั้น จะต้องมีกระบวนการตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงทัศนคติหลังจาก

ที่ได้ใช้สินค้าแล้ว ซึ่งสามารถพิจารณาเป็นขั้นตอนได้ดังนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

    1.  การมองเห็นปัญหา (Perceived problems)

     การที่คนเรามีชีวิตสุขสบาย ไม่มีปัญหาใด ๆ ก็ไม่คิดที่จะหาสินค้าใด ๆ มาแก้ปัญหาชีวิตของตัวเอง
ดังนั้นการตลาดจึงต้องพยายามที่จะจี้จุดปัญหาให้ผู้บริโภคนั้นเกิดปัญหา

      ปัญหาก็คือความแตกต่างระหว่างสภาพอันเป็นอุดมคติ (Ideal) กับสภาพอันเป็นจริง (Reality)
เช่น ถ้าหากคนสูง 170 น้ำหนักอุดมคติควรจะเป็น 70
แต่เขาคนนั้นในความเป็นจริงน้ำหนัก 90 ความแตกต่าง 20 กิโลกรัม

 

   2.  การแสวงหาภายใน (Internal search)

       เมื่อคนเราเกิดปัญหา ก็จะต้องแสดงหาหนทางแก้ไขภายในเสียก่อนนั้นคือ การล้วงลึกเข้าไป
ในความทรงจำของตัวเอง เช่น เมื่อคนเราเจ็บคอ ก็จะต้องพยายามคิดว่าตัวเองนั้นรู้จักยาแก้
เจ็บคออะไรบ้าง หรือคนที่ต้องการเติมน้ำมันเพราะน้ำมันจะหมด
ก็จะพยายามนึกว่าปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้
กับบริเวณที่ตัวเองขับรถอยู่นั้นอยู่ที่ไหน มีปั๊มอะไรบ้าง หรือถ่านไฟฉายหมดก็จะต้องนึกว่าถ่านไฟฉาย
อะไรบ้างที่ตัวเองรู้จักหรืออยากจะซื้อ ด้วยขั้นตอนนี้เองทำให้นักการตลาดที่จะต้องพยายามทำให้สินค้า
ของตัวเองนั้นประทับอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภค แล้วจะต้องเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคระลึกได้เป็นยี่ห้อต้น ๆ
(top of mind brand) หมายถึงยี่ห้อที่ผู้บริโภคระลึกได้ก่อนยี่ห้ออื่น ๆ
ตามความเป็นจริงแล้วคนส่วนใหญ่
จะจำสินค้าในแต่ละประเภทได้ประมาณ 5?2 นั้นหมายความว่า
คนโดยเฉลี่ยจะรู้จักสินค้าแต่ละประเภท
ประมาณ 5 ยี่ห้อ
คนที่ไม่ค่อยสนใจใยดีนักจะจำได้ประมาณ 3 ยี่ห้อ

 

              2.1 การตัดสินใจซื้อ (Decision)

              2.2 หยุดการตัดสินใจ (Abortion)

    3. การแสวงหาภายนอก (External search)

             3.1 การหาข้อมูลจากการโฆษณา

             3.2 การไป ณ จุดขาย

             3.3 การโทรศัพท์

             3.4 การขอพบพนักงานขาย

             3.5 การไต่ถามจากผู้เคยใช้สินค้า

             3.6 การหาข้อมูลโดยวิธีอื่น ๆ

         4. การประเมินทางเลือก (Evaluation)

           ผู้บริโภคได้รับรู้สินค้ายี่ห้อต่าง ๆ แล้ว ก็จะนำมาประเมินว่า สินค้าใดดีกว่ากันในแง่ใด
ความสำคัญในขั้นตอนนี้ก็คือ เราต้องให้จุดเด่นของสินค้าของเรา (Feature) ตรงกับมาตรการ (Criteria)
การที่เราไม่ศึกษามาตรการในการตัดสินใจของผู้บริโภคแล้วสร้างจุดเด่นตามใจเรานั้น
โอกาสในการจะได้รับเลือกก็จะยากขึ้น การขายก็จะยากขึ้น
เพราะจะต้องไปเปลี่ยนใจผู้บริโภคให้เปลี่ยนมาตรการในการเลือกซื้อเพื่อสอดคล้องกับจุดเด่นที่เรามี
เมื่อผู้บริโภคได้พิจารณาแล้วก็จะถึงขั้นตอนถัดไป ก็คือการตัดสินใจซื้อ

        5. การตัดสินใจซื้อ (Decision making)

        ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความเฉื่อยในการตัดสินใจ เพราะเหตุว่าในการที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อนั้นเขาต้องเสี่ยงว่าสินค้าที่เขาซื้อจะดีเหมือนคำโฆษณาหรือไม่ จะมีคุณภาพคุ้มค่าราคาที่เขาจ่ายไปหรือไม่
ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะติดอยู่กับสินค้าที่ตัวเองมีความเคยชิน ดังนั้นสินค้าใหม่ ๆ ที่จะนำเสนอตัวเองแก่ผู้บริโภคนั้นต้องหาหนทางในการจะเร่งรัดให้ผู้บริโภคเปลี่ยนใจ และตัดสินใจซื้อสินค้าของตัวเอง วิธีการเร่งรัดการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคนั้นมีมากมายหลายวิธี

            5.1 การสร้างความแตกต่าง (Differentiation)

        ถ้าสินค้าของเราไม่มีความแตกต่างจากสินค้าอื่น ผู้บริโภคย่อมตัดสินใจลำบาก
แต่ถ้าสินค้าของเรานั้นมีความเด่นชัด มีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร การตัดสินใจก็จะเร็วขึ้น
ตัวอย่างเช่น ทำให้สินค้าของตัวเองแตกต่างจากคู่แข่งขันได้ชัดเจนที่สุด
ถ้าเราสร้างความแตกต่างได้ชัดเจนเท่าไร โอกาสในการที่จะเร่งรัดในการตัดสินใจจะดีขึ้นเท่านั้น

            5.2 ลดอัตราการเสี่ยงในความรู้สึกของผู้บริโภค (Reduced perceived risk)

        ในการซื้อสินค้าแต่ละครั้งผู้บริโภคนั้นจะรู้สึกมีความเสี่ยงอยู่เสมอ
เสี่ยงว่าจะเสียเงินเปล่า เสี่ยงว่าจะไม่คุ้ม เสี่ยงว่าคุณภาพจะไม่ดี
ดังนั้นในการที่เราจะเร่งรัดการตัดสินใจ เราต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าความเสี่ยงของเขาไม่สูงนัก

            5.3 การสร้างสิ่งล่อใจ (Incentives)

     6.   ทัศนคติหลังซื้อ (Post – attitudes)

 

 

 2.ตัวอย่างของผู้บริโภคออนไลน์มา 5 ประเภท 

        1.ผู้บริโภคที่เข้ามาดูแต่ไม่ซื้อ

        2.ผู้บริโภคที่ชอบความสะดวกสบาย

        3.ผู้บริโภคที่ชอบซื้อสินค้าในราคาที่ถูก

        4.ผู้บริโภคที่มีเวลาน้อย

        5.ผู้บริโภคที่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกันเทคโนโลยี

 3.การเข้าสู่ตลาด E-commerce ขององค์กรทำได้อย่างไร

        1.การเป็นผู้นำรายแรก(First Mover)

        2.การสร้างพันธมิตร(Alliances)

        3.การเป็นผู้ตามอย่างรวดเร็ว(Fast Follower)

        4.การเพิ่มธุรกิจ(Brand Exterder)

4.เพราะเหตุใดร้านค้าใน E-commerce ต่ำกว่าราคาตามท้องตลาด

        1.แบ่งภาษีสำหรับการทำธุรกิจ

        2.ถูกกว่าการพิมพ์โฆษณา

        3.สร้างความสัมพันธ์ลูกค้ายาวนาน

        4.ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือยี่ห้อ

        5.รวบรวมความเห็นจากลูกค้า

        6.การวิจัยการตลาดราคาถูกปฏิบัติ

        7.ลดค่าใช้จ่ายเพิ่มประสิทธิภาพการเริ่มต้น :

        8.ต่ำกว่าการเริ่มต้นในการทำกำไรเพิ่มต้นทุน

        9.การขยายตัวหรือเพิ่มศักยภาพโอกาส

 

   5.วัตถุประสงค์ของการทำวิจัยในตลาดธุรกิจ E-commerce คืออะไร

          อีคอมเมิร์ซการวิจัยการตลาดบนอินเทอร์เน็ตครอบคลุมหลากหลายของข้อมูลที่รวบรวมเพื่อการวางแผนธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจหาแร่  อีคอมเมิร์ซการวิจัยพบออนไลน์ฟรีไม่เคยถูกต้อง แต่จะมีประโยชน์ในการติดตามความคิดเห็นโปรไฟล์และพฤติกรรมของลูกค้า  จำนวนมากบริการอีคอมเมิร์ซ b2b ขนาดใหญ่ใช้การวิจัยเพื่อคาดการณ์แนวโน้มของผลิตภัณฑ์, เนื้อหาและผู้ซื้อบริการจะพบตลาดที่น่าสนใจที่สุดในอนาคตอันใกล้  ช้อปปิ้งซื้อระบบการวิจัยผลกระทบอย่างมากวิธีการบริการอีคอมเมิร์ซให้ความสำคัญกับตลาดของพวกเขาความสามารถด้านเทคนิค, ต้องการความสนใจและพฤติกรรม  การวิจัยตลาดและยังช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นนักพัฒนาทำเว็บและธุรกิจคาดว่าจะมีแนวโน้มของอุตสาหกรรม การวิจัยเชิงคุณภาพอีคอมเมิร์ซคือวิธีการดึงดูดข้อมูลสินค้าอุปโภคบริโภคและการรับรู้ของผลิตภัณฑ์  มันสามารถนำไปใช้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัยและกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น  นี่คือวิธีการตัวต่อตัวเพื่อที่จะช่วยให้นักพัฒนาเพื่อให้ได้ส่วนบุคคลกับกลุ่มศึกษาที่ขุดลึกลงในประเด็นที่สำคัญ  แม้ว่าข้อมูลนี้คือคุณภาพและสามารถเข้าถึงได้จะไม่เสมอน่าเชื่อถือมากที่สุด  มันมีแนวโน้มที่จะลำเอียงเนื่องจากลักษณะของว่าข้อมูลจะถูกดึง แต่ข้อมูลที่ลำเอียงไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลที่ไม่ดี  สิ่งสำคัญคือการวิจัยสิ่งที่ทำให้ลำเอียงและวิธีการปรับปรุงในรถเข็นการจัดการข้อมูล การสนทนากลุ่มทำแผนข้อมูลเชิงคุณภาพ  เพื่อรวบรวมข้อมูลการบริการรถเข็นช้อปปิ้งที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญที่ตอบคำถามผู้ซื้อที่กำหนดเป้าหมายแทนการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเพื่อนและญาติ  วิธีการในการรวบรวมความคิดเห็นของอีคอมเมิร์ซนี้เป็นประโยชน์, ผลที่ได้ทันทีซึ่งสามารถเข้าถึงได้และแสดงให้เห็นปัญหา / ข้อบกพร่องที่ทีมพัฒนาอีคอมเมิร์ซอาจจะมองข้าม กลุ่มคนเหล่านี้ถูกนำมาใช้ที่ดีที่สุดในช่วงแรกของการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรถเข็น e - business, เมื่อความคิดไม่ได้ตั้งค่าอย่างสมบูรณ์ในหิน  ประกอบด้วยกลุ่มคนที่การศึกษาในหนึ่งห้องอภิปรายหัวข้อ e - business โครงสร้างกับผู้ดูแล  มันเป็นภารกิจที่สำคัญเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสนทนา, การตอบสนองความคิดเห็นและความเข้าใจคุณจะได้รับดีกว่า คุณจะลงทุนจำนวนมหาศาลของทรัพยากรต่อการ ช้อปปิ้งอีคอมเมิร์ซแก้ปัญหารถเข็นของคุณ  ในกระบวนการนี้มันง่ายต่อการสูญเสียไซต์ของรายละเอียด  การทดสอบการใช้งานเป็นวิธีที่ดีที่จะรับข้อเสนอแนะ  กลุ่มอภิปรายนี้ยังมีทรัพยากรที่ดี แต่ชนิดของการทดสอบนี้มีการกำหนดเป้าหมายและจะช่วยให้พวกเขาจริงคลิกผ่านส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ของคุณทุก  ไม่ได้นำเครื่องทดสอบให้พวกเขาทำนาวิเกต  เรียนรู้จากวิธีการต่อสู้ของลูกค้า  ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคที่เป็นอย่างไร  ในกรณีที่เกิดปัญหาภายในโครงสร้างการนำทางร้านค้าออนไลน์ของคุณคืออะไร ในระหว่างขั้นตอนการทดสอบของรถเข็นของคุณมีความปลอดภัยคุณสามารถถามคำถามเพื่อให้ได้ผู้ใช้การตรวจสอบสิทธิ  ในที่สุดวิธีแก้ปัญหาอีคอมเมิร์ซสมบูรณ์จะพูดให้ตัวเอง  ไม่ให้ผู้ใช้ไปที่แผนที่เว็บไซต์หรือไม่  พวกเขาใช้ในการมองเห็นแถบนำทาง การวิจัยตลาดอีคอมเมิร์ซเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโปรแกรมอีคอมเมิร์ซที่ประสบความสำเร็จและหน้าร้านออนไลน์  พาณิชย์อินเทอร์เน็ตแบบธุรกิจที่ดีเยี่ยม  เลือกโซลูชั่นเครือข่ายและเราจะช่วยให้คุณสร้างที่มีประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายร้านค้าออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ

6.บอกข้อแตกต่างของ Cookies Spyware และ Web Bugs

         Spyware คือ โปรแกรมเล็ก ๆ ที่ถูกเขียนขึ้นมาสอดส่อง (สปาย) การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อาจจะเพื่อโฆษณาสินค้าต่าง ๆ สปายแวร์บางตัวก็สร้างความรำคาญเพราะจะเปิดหน้าต่างโฆษณาบ่อย ๆ แต่บางตัวร้ายกว่านั้น คือ ทำให้คุณใช้อินเตอร์เน็ทไม่ได้เลย ไม่ว่าจะไปเว็บไหน ก็จะโชว์หน้าต่างโฆษณา หรืออาจจะเป็นเว็บประเภทลามกอนาจาร พร้อมกับป๊อปอัพหน้าต่างเป็นสิบ ๆ หน้าต่าง

        Cookies คือ ข้อมูลขนาดเล็กที่จะถูกส่งไปเก็บไว้ในบราวเซอร์ของท่านเพื่อทำการเก็บข้อมูลการเข้าเยี่ยมชม เมื่อท่านเปิดเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราอีกครั้งในคราวหลังเครื่องก็จะจำได้ทันทีว่าท่านเคยเข้ามาเยี่ยมชมแล้ว

        Bug เว็บคือ ข้อผิดพลาดทางเว็บเป็นกราฟิกบนหน้าเว็บหรือข้อความอีเมลที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบผู้ที่อ่านหน้าเว็บหรือข้อความอีเมล  ข้อผิดพลาดทางเว็บมักจะมองไม่เห็นเป็นขนาดของมันมีเพียง 1 พิกเซลโดย 1 พิกเซล มันจะแสดงเป็นแท็ก IMG  กราฟิกใด ๆ ที่ใช้สำหรับการตรวจสอบเป็นปัญหาเว็บ  ทุกภาพ gif ที่มองไม่เห็นไม่ได้เป็นโรคจิตเว็บเป็นบางส่วนใช้เพื่อวัตถุประสงค์การจัดตำแหน่ง  Web มีข้อบกพร่องหรือที่เรียกว่าเคลียร์กิฟท์ หรือ 1 โดย 1 gifs หรือ gifs ที่มองไม่เห็น

7.ระบุสินค้าในแต่ละระดับของตลาด

      Mass Marketing

      1.sunsilk

      2.นันยาง

      3.โอโม 

      4.ซิตร้า

      Direct Marketing

      1.Amway

      2.Unicity

      3.Giffarin

      Niche Marketing

      1.ผ้าอนามัย

      2.เครือข่ายโทรศัพท์

      3.ชุดชั้นใน

      One to One Marketing

      1.แหวน

      2.ชุดแต่งงาน

      3.รองเท้า

       8. เวปไซต์ที่ใช้บริการบ่อย คือ www.mthai.com เพราะมีบริการที่หลากหลาย  มีข่าวสารทุกประเภท ทั้งการเมือง บันเทิง ดูหนังฟังเพลง มีบริการโพสรูป วิดีโอคลิปต่างๆทั้ง ภาพยนตร์ และอีกมากมาย

ทั้งนี้ เวปไซต์ mthai ยังมีบริการไลฟ์สไตอีกมากมาย จึงเป็นเวปไซต์ที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่น วัยเรียน

เข้าเวปเดียวสามารถทำได้ทุกอย่าง

 

     9. การให้บริการปรับแต่งสินค้าของแต่ละเวปไซต์ เป็นบริการที่ทำให้ผู้บริโภค สามารถเลือกสรรสินค้าได้ตามความต้องการ เห็นสินค้าได้เลย  เป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ซื้อ และเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของการบริการ แต่อาจมีข้อเสียอยู่คือ บางทีสินค้าที่เห็นในเวปไซต์และสินค้าจริงอาจจะไม่เหมือนกัน และสีที่แสดงอาจจะแตกต่างกันไปแล้วแต่จอภาพของผู้บริโภค


 

edit @ 2 Dec 2010 17:06:16 by Pongsagone Yodjai 5206105353